ใคร ฆ่า เอลิซา แลม

หลายๆคนคงเคยติดตามข่าวการเสียชีวิตปริศนาของหญิงสาวคนหนึ่ง ที่ชื่อว่า เอลิซา แลม ที่ทุกวันนี้ก็ยังไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าแท้จริงแล้วเธอตายเพราะอะไร วันนี้เราจะมาย้อนเหตุการณ์ ในวันนั้นกัน ไปดูกันเลย

ย้อนกลับไปเมื่อต้นปี 2013 ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ มีข่าวการเสียชีวิตอย่างปริศนาของ เอลิซา แลม นักศึกษาชาวแคนาดาอายุ 21 ปี จากมหาวิทยาลัย University of British Columbia ในเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา โดยมีการพบศพของเธออยู่ในแทงค์น้ำขนาดใหญ่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมเซซิล (Cecil Hotel) ในลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา ก่อนหน้าการเสียชีวิตเธอได้ถูกแจ้งว่าเป็นคนหายไปตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว แต่เรื่องก็ไม่ได้มีเพียงเท่านี้เมื่อทางโรงแรมมีคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดในลิฟต์ที่บันทึกเหตุการณ์ประหลาดชวนขนลุกก่อนช่วงเวลาที่เธอจะเสียชีวิต และนอกจากนั้นคดีของเธอยังเชื่อมโยงไปกับหลายๆ สิ่งปริศนาที่เคยเกิดขึ้นที่โรงแรมนี้ และเรื่องสยองขวัญอื่นๆ ด้วย

คลิปวิดีโอปริศนา

คลิปปริศนาในลิฟต์ของเอลิซา หลักฐานชิ้นแรกและชิ้นสำคัญของคดีของเอลิซาก็คือคลิปวิดีโอปริศนาที่ไม่มีใครสามารถให้คำตอบได้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ คลิปนี้บันทึกท่าทางแปลกๆ ของเอลิซาที่เดินเข้ามาในลิฟต์และทำท่าหลบใครสักคนอยู่ เธอมีท่าทางตื่นกลัวและประหลาดกว่าคนอารมณ์ปกติ เพราะหลังจากเธอเดินเข้ามาในลิต์เธอก็หันไปกดตัวเลขของชั้นต่างๆ ในลิฟต์จนเกือบหมด และพยายามจะกดปิด แต่ลิฟต์ก็ไม่ปิดและค้างไว้แบบนั้นเป็นเวลานานพอสมควร

นอกจากจะรอให้ลิฟต์ปิดแล้ว เอลิซายังมีท่าทางเหมือนรออะไรบางอย่างหรือรอใครสักคน มีคนตั้งข้อสงสัยหลายอย่างมากจากคลิปวิดีโอนี้ ทั้งบอกว่าเธอเป็นโรคไบโพลาร์บ้าง ผีเข้า ป่วยทางจิตบ้าง หรือเมาและเล่นยามา แต่จากการชันสูตรศพภายหลังนั้นตรวจไม่พบสารเสพติดและยาใดๆ ทั้งสิ้น จึงไม่น่าเป็นไปได้ว่าเธอโดนวางยา แต่เมื่อคลิปวิดีโอเล่นไปถึงนาทีที่ 1:59 เป็นต้นไป เธอก็ทำท่าทางประหลาดๆ ทำมือแปลกๆ ชนให้คนดูขนลุกไปตามๆ กัน ว่าเธอทำท่าแบบนั้นเพราะอะไร แต่มีเรื่องหนึ่งที่คิดว่าน่าจะสมเหตุสมผลที่สุดนั้นก็คือ หลายคนช่วยกันสังเกตว่าในเหตุการณ์นั้นไม่ได้มีแค่เอลิซาคนเดียวเท่านั้น แต่มีบุคคลปริศนาอีกหนึ่งคนที่คอยหลบไม่ให้ตัวเองเข้ามาอยู่ในกล้องนั่นเอง สังเกตได้จาก ‘เท้าปริศนา’ ของคนร้ายที่อยู่ในนาทีที่ 2:27 ซึ่งน่าจะสรุปได้ว่าเอลิซาอาจถูกขู่ทำร้ายอยู่ตอนนั้น 

 และที่ลิฟต์ไม่ปิดก็เพราะว่าคนร้ายได้กดลิฟต์ไว้จากด้านนอกค่ะ นอกจากนั้นยังมีข้อถกเถียงกันของชาวเน็ตว่าคนร้ายคนนั้นถือปืนอยู่ด้วย มีหลายเว็บไซต์ที่พยายามตั้งข้อสังเกตและซูมวิดีโอเข้าไปดูใกล้ๆ ว่ามีปืนอยู่ในเหตุการณ์นั้นจริงๆ แต่ทั้งนี้ที่สุดแล้วก็ไม่มีคำตอบแน่ชัด ภายหลังจากที่เอลิซาออกไปจากลิฟต์แล้วเราจะเห็นได้ว่าลิฟต์จึงใช้งานได้ตามปกติ ปิด-เปิด ตามชั้นที่เอลิซาได้กดไว้ตอนแรกค่ะ ลองดูคลิปและสังเกตกันได้เลยค่ะ

ศพในแทงค์น้ำ

หลังจากเหตุการณ์ในลิฟต์ไม่นาน ก็มีเรื่องสยองชวนขนลุกอีกเรื่องคือ แขกเกือบทุกคนในโรงแรมต่างก็บ่นกันเป็นเสียงเดียวกันว่า น้ำที่ใช้มีกลิ่นประหลาดๆ และเป็นสีขุ่นๆ จึงทำให้ทางโรงแรมต้องขึ้นไปตรวจดูความเรียบร้อย และสิ่งที่ได้พบก็คือ ศพของเอลิซา แลม ที่ขึ้นอืดอยู่ในน้ำ มาเป็นเวลาสองสัปดาห์ แต่การเสียชีวิตของเอลิซานั้นเป็นปริศนาอย่างยิ่ง เนื่องจากแขกปกติทั่วไปจะไม่สามารถขึ้นไปยังชั้นดาดฟ้าได้เพราะมีการปิดไว้อย่างแน่นหนาไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า และหากเข้าไปได้ แทงค์น้ำก็มีขนาดใหญ่และสูงเกินกว่าใครสักคนจะปีนขึ้นไปได้ และหากขึ้นไปได้ ใครเป็นคนปิดฝาแทงค์น้ำ?!

ประวัติอันชวนสยองของโรงแรม

จากเหตุการณ์เสียชีวิตปริศนาของเอลิซา แลม ทำให้หลายๆ คนต้องไปขุดประวัติโรงแรมเซซิลนี้มา และก็ต้องน่าตกใจเมื่อรู้ว่าโรงแรมนี้ไม่ใช่โรงแรมธรรมดาๆ แต่เคยมีเรื่องราวน่าสยดสยองเกิดขึ้นมาแล้วมากมาย

โรงแรมนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อช่วงปี 1920 และเป็นโรงแรมที่นิยมสำหรับนักธุรกิจที่มาติดต่อธุระในเมืองที่ต้องการที่พักประมาณ 1-2 คืนเท่านั้น หลังจากนั้นเมื่อมีโรงแรมหรูๆ และดีๆ อีกมากมายก่อตั้งขึ้นในละแวกนั้น จึงทำให้โรงแรมเซซิลกลายเป็นโรงแรมที่ไม่ค่อยมีคนนิยมเข้าพักนัก แต่หลังจากนั้นเมื่อทางโรงแรมมีการให้เช่าห้องในระยะยาวด้วยราคาถูก จึงมีคนเข้ามาพักมากขึ้นเรื่อยๆ แต่เมื่อกระแสของโรงแรมกำลังดี ก็ต้องถูกบดบังด้วยกระแสแย่ที่น่ากลัว ด้วยจุดเริ่มต้นของการที่มีฆาตกรต่อเนื่องมาเข้าพักและก่อเหตุฆาตกรรมขึ้น โดยฆาตกรต่อเนื่องที่มีชื่อเสียงที่เคยพักที่โรงแรมเซซิลนั้นได้แก่ ริชาร์ด รามิเรซ (Richard Ramirez) ที่เคยใช้โรงแรมนี้เป็นที่พักและออกไปฆ่าหญิงสาวถึง 13 คน และอีกคนมีชื่อว่า แจ็ค อันเทอร์วีเกอร์ นักหนังสือพิมพ์ที่เคยฆ่าผู้หญิงขายบริการ 3 คน นอกจากจะมีฆาตกรโรคจิตแล้ว ยังมีผู้คนมากมายมาฆ่าตัวตายที่โรงแรมนี้ ทั้งกระโดดลงมาจากชั้นสูงๆ มากกว่า 5 คน ช่างน่าประหลาดใจและน่าสยองขวัญจริงๆ ค่ะ ที่โรงแรมนี้เคยมีเหตุร้ายเกิดขึ้นมากมายซ้ำๆ กันแบบนี้ 

ความบังเอิญกับหนังเรื่อง Dark Water

เหตุการณ์ของ เอลิซา แลม นั้นเกิดขึ้นในปี 2013 แต่หลายคนชวนตั้งคำถามให้คิดว่าทำไมอะไรหลายๆ อย่างถึงไปตรงกับหนังสยองขวัญที่ชื่อว่า Dark Water ที่เคยฉายไปเมื่อปี 2005 โดยตัวเอกของเรื่องเป็นหญิงคนหนึ่งชื่อว่าดาห์เลีย  ที่ย้ายไปอยู่ในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งกับลูกสาวที่ชื่อว่า เซซิเลีย  จะเห็นได้ว่าชื่อของตัวละครนั้นมีความคล้ายกับบางอย่าง เช่น ดาห์เลียชื่อนางเอกไปตรงกับฉายา Black Dahlia ของหญิงคนหนึ่งที่เคยถูกฆาตกรรมที่โรงแรมในปี 1947 และลูกสาวของตัวเอกที่ชื่อ เซซิเลีย ที่คล้ายกับชื่อโรงแรมเซซิล 

เหตุการณ์ในเรื่องต่อมาคือดาห์เลียสังเกตเห็นน้ำสีดำๆ หยดลงมาจากเพดานในห้องน้ำเธอ ภายหลังเธอพบว่าที่น้ำดำเพราะว่ามีเด็กผู้หญิงตายในแทงค์น้ำบนดาดฟ้าของอพาร์ตเมนต์ และตอนจบของหนังก็มีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในลิฟต์ และลิฟต์ก็ขัดข้องเหมือนในเหตุการณ์ในคลิปวิดีโอของเอลิซา เห็นได้ชัดว่าเหตุการณ์ทั้งในหนังและคดีของเอลิซา แลม นั้นช่างเหมือนกันไม่มีผิด

 เรื่องแปลกๆ ที่เชื่อมโยงต่อกัน

ในเวลาต่อมาหลังจากมีการพบศพของเอลิซาในแทงค์น้ำ ในแถบย่าน Skid Row ไม่ไกลจากโรงแรมเซซิลมีวัณโรคแพร่ระบาด และอุปกรณ์ทดสอบเชื้อนี้มีชื่อว่า LAM-ELISA… ขนลุกเลยใช่มั้ยคะ อะไรจะบังเอิญปานนั้น และนอกจากนั้นคือมีชาวอินเตอร์เน็ตบางคนได้ลองหาชื่อโรงแรมเซซิลใน google maps และเข้าไปในโหมด street view ก็เจอรูปรถเมล์คันหนึ่งที่กำลังวิ่งผ่านโรงแรม บนรถเมล์ติดป้ายโฆษณาที่เขียนคำว่า ‘MURDER IS BACK IN SEASON’ หรือแปลประมาณว่าฆาตกรได้กลับมาแล้ว

ถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะยังค้นหาความจริงไม่ได้ ว่าเธอตายได้อย่างไร แต่เหตุการณ์ของเธอก็ยังจะเป็นที่จดจำของพวกเราไปอีกนาน