เสียสุขภาพเพราะโรคติดมือถือ

                     ในยุคที่โทรศัพท์มือถือเปรียบเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะไม่ว่าจะทำอะไรเราก็จะก้มหน้าก้มตาอยู่กับหน้าจอสมาร์ทโฟนกันแทบจะตลอดเวลา จนเป็นที่มาของ โรคติดมือถือ

โรคติดมือถือหรือโรคโนโมโฟเบีย เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มคนที่มีอาการหวาดกลัว วิตกกังวล ตื่นตระหนก เมื่อไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ไม่มีโทรศัพท์มือถืออยู่ใกล้ๆ โทรศัพท์แบตฯหมด หรืออยู่ในสภาพใช้การไม่ได้ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่อยู่ในสภาวะดังกล่าวจะเกิดความเครียด หรือถึงขั้นเวียนศีรษะ คลื่นไส้ได้เลย และโรคติดมือถือ กำลังได้รับการพิจารณาบรรจุไว้ในโรคจิตเวชชนิดหนึ่งในกลุ่มวิตกกังวล

โรคติดมือถือ จุดเริ่มต้นเสียสุขภาพ

โรคติดมือถือเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของเราเอง ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพจิต ความเครียด ความกังลต่างๆ แต่นอกจากปัญหาส่วนนี้แล้ว โรคติดมือถือยังเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพทางร่างกายอีกหลากหลายปัญหา ปัญหาสุขภาพจุดแรกที่สามารถเกิดได้เร็วที่สุดจากโรคติดมือถือ คือ อาการนิ้วล็อค เนื่องจากการสไลด์ หน้าจอมือถือเป็นเวลานาน และบ่อยๆ ทำให้เกิดการปวดข้อนิ้วและข้อมือ อาจมีอาการเส้นเอ็นยึด และเกิดพังผืดร่วมด้วย นอกจากนิ้วล็อคแล้ว สุขภาพด้านสายตาก็เป็นอีกปัญหาที่ตามมาจากโรคติดมือถือ เพราะการเพ่งหน้าจอที่มีแสงสว่างจ้านานๆ ทำให้ตาแห้ง ตาพร่า และล้าได้ จนอาจส่งผลร้ายแรงกับดวงตาในระยะยาว และด้วยลักษณะการก้มมองจอโทรศัพท์ ก็เป็นที่มาของอาการปวดคอ บ่า ไหล่ด้วยเช่นกัน

นอกจากอาการเบื้องต้นที่จะเกิดตามมาจากโรคติดมือถือทั้งบริเวณ นิ้ว ดวงตา และคอ บ่า ไหล่แล้ว โรคติดมือถือยังสามารถส่งผลต่อปัญหาสุขภาพบริเวณหมอนรองกระดูก และโรคอ้วนอีกด้วย เนื่องจากการใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานขึ้น ทำให้ขยับตัวน้อย กิจกรรมอื่นๆ ในชีวิตก็น้อยลง กินปกติหรือกินมากไปแต่นำไปใช้ได้น้อยลง ไขมันก็สะสมจนทำให้เกิดโรคอ้วนอย่างเลี่ยงไม่ได้

กระทบต่อการทำงานและปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง

นอกจากปัญหาด้านสุขภาพแล้ว โรคติดมือถือยังสามารถสร้างปัญหาและส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทำงาน การเรียน และความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง เนื่องจากปัญหาเรื่องการแบ่งเวลานั่นเอง จากพฤติกรรมส่วนใหญ่ของผู้ที่เป็นโรคติดมือถือ คือจะต้องหยิบมือถือขึ้นมาเช็กบ่อยๆ แม้ไม่มีเรื่องด่วนและไม่จำเป็นต้องใช้ รวมถึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใช้ในขณะทำกิจกรรมสำคัญอื่นๆ อย่างตอนทำงาน ตอนประชุม ทำให้เสียสมาธิและไม่จดจ่ออยู่กับเนื้อหางานตรงหน้าเท่าที่ควร โรคติดมือถือยังทำให้ปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างน้อยลง 

แล้วเป็นโรคติดมือถือรึยัง?

หากว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือเป็นคนหนึ่งที่ หมกมุ่นอยู่กับการเช็กข้อความ และโพสต์ต่างๆ บนโซเชียล แปลว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือแม้ไม่มีเรื่องด่วนหรือไม่มีการแจ้งเตือน แต่ต้องหยิบมือถือขึ้นมาดู แปลว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือตื่นนอนมาสิ่งแรกที่ทำคือการหยิบมือถือขึ้นมาเช็ก แปลว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือใช้โทรศัพท์มือถือระหว่างทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน แปลว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือรู้สึกเครียด และกังวนหากโทรศัพท์แบตฯหมด แปลว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือ สนทนาบนออนไลน์มากกว่าพูดคุยกับคนรอบข้าง แปลว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรคติดมือถือ

โรคที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น แต่ถ้ามองให้ดีปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวโทรศัพท์มือถือเลย แต่อยู่ที่พฤติกรรมผู้ใช้งานอย่างเราๆ มากกว่า ที่ไม่สามารถแบ่งและจัดสรรเวลาได้ ทำให้มือถือเข้าไปอยู่ในทุกกิจกรรม และดูดกลืนความเป็นธรรมชาติ ปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ความรับผิดชอบ รวมถึงก่อปัญหาด้านสุขภาพใจและกายอีกด้วย หากเรารู้ตัวและปรับแก้ได้ทัน เทคโนโลยีมือถือก็จะมีประโยชน์และเกิดโทษต่อผู้ใช้น้อยที่สุด