“ความเกลียดชังที่น่าคบหา”

รีวิว] The Hater: ผรุสวาทจากชนชั้นปรสิต | #beartai

“ความเกลียดชังที่น่าคบหา”

          เปลี่ยนความเกลียดเป็นความเกลียด ความเกลียดชังในบริบทอื่น มักจะไม่มีอะไรดี ไม่น่าคบหา และเป็นเหมือนมะเร็งทั้งในแง่ พุทธ และ จิตวิทยา ไปในทางเดียวกัน บนคําพูดซ้ําเติมในทํานองว่า โลภ โกรธ หลง เป็นสิ่งไม่ดี ที่เราๆได้ยินกันบ่อย แทบไม่รู้สึกอะไรกับประโยคแบบนี้แล้ว จนถึงขั้นเบื่อกับมัน เพราะรู้แล้วยังไง? ทํากันได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็เป็นคนธรรมดามันต้องมีสิ่งเหล่านี้กันบ้างแหละ และมันก็จริง

หลายสิ่งหลายอย่างมักมีหลายด้าน ทั้งด้านที่เรา “คิดว่า” ดี และ ไม่ดี ที่เน้นตรงคําว่า “คิดว่า” นี้เพราะเป็น ความคิดส่วนบุคคลที่อาจมีการมองแตกต่างกันไป เรามองว่าดี คนอื่นอาจมองว่าไม่ดี เช่นนี้เราจึงบอกว่า เรา นั้น “คิดว่า” ในความเกลียดชังนี้ก็เช่นกันมันมีด้านที่ดีอยู่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้ โดยเฉพาะการ พัฒนาตนเอง อีกครั้งที่ต้องเล่าว่าเราดู อ่าน ฟัง เรื่องราวของคนที่ประสบความสําเร็จมามาก เรียกว่าชอบตั้งแต่สมัยวัยรุ่น มี อย่างหนึ่งที่ได้ยินจากปากคนที่สําเร็จแล้วร่ํารวยหลายคนคือวัยเด็ก หรือชีวิตช่วงหนึ่ง “เขาเกลียดความจน” ความลําบาก หรือบางอย่างจากการที่ไม่มีเงินในตอนนั้น มันเป็นสิ่งผลักดันให้เขาคิดว่าเขาต้องรวย เพื่อจะ หนีจากสิ่งนั้นให้ได้ ส่วนบางคนที่ประสบความสําเร็จด้านอื่นๆ “เขาเกลียดที่โดนดูถูก” ในเรื่องนั้น เรื่องนี้ จนเป็นแรงผลักดัน ให้เขาต้อง (ทําสิ่งนั้นจนสําเร็จ) เรื่องเหล่านี้ยังมีอีก ที่หลายคนอาจพอรู้หรือเคยได้ยิน นึกออกอยู่บ้าง แต่ อาจไม่เคยได้สนใจหรือมองให้เห็นในมุมที่เอามาปรับใช้ในการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตัวเอง

เปลี่ยนความเกลียดเป็นความเกลียด! จากที่กล่าวไปหลายสิ่งเราเคย “คิดว่า” มันไม่ดี มันก็ไม่ดีจริงๆ แต่มันยังมีอีกด้านหนึ่ง หากเปลี่ยน ย้าย สลับ ไปให้มันอยู่ในอีกมุม มันอาจมีประโยชน์ได้ เราเองพยายามคิดและบอกตัวเองว่า การโกรธ เกลียด ไม่มี ประโยชน์ใด จึงพยายามปล่อย วางเฉย จนบางทีดูว่าเราก็กลายเป็นคนไร้แรงบัลดาลใจ รวมถึง ไร้ประโยชน์ ในหลายๆ อย่าง ไม่ใช่แค่นี้ คนที่ไม่ได้วางเฉยมีโกรธ มีโมโหกันเป็นปกติ หากย้าย หรือใช้วิธีเพ่งใหม่ (Swap Focus) ไปในทางที่เกิดประโยชน์กับตัวเองมันจะมีประโยชน์ขึ้นมาได้ดี

โดยธรรมดาคนเราไม่สามารถโกรธ เกลียด อะไรทีละหลายๆ อย่างพร้อมกัน แม้ชีวิตจะโกรธเกลียดอยู่หลาย เรื่องในตอนนั้น แต่พอรู้สึกแล้วมันมักจะเกิดขึ้นทีละเรื่องและไม่พอใจ ไม่ชอบใจทุกครั้งเมื่อพบเห็น หรือ คิดขึ้นมา ทว่า ความโกรธ เกลียด มีพลังมหาศาล แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความโกรธ เกลียด แบบอารมณ์ชั่ว วูบ เป็นความเกลียด แบบไม่ชอบ ไม่ยอมรับ หรือไม่รู้สึกดีอันมีแรงกดดันต่อสิ่งนั้นๆ ซึ่งมันจะมีแรงผลักอยู่ เบื้องหลัง เช่น การเกลียดที่แฟนนอกใจ เป็นการเกลียดที่อยู่ในใจอยู่แล้วไม่ว่าจะเกิดหรือยังไม่ได้เกิด แต่เรา รู้แก่ใจ เมื่อมีความเกลียดนี้ขึ้นมากระตุ้น มันเป็นแรงผลักให้คุณใช้สมอง มีความคิดทั้งกระบวนการ วิธีการ

มีแรงที่จะตามสืบ จับผิด กระทั่งดึงดูดให้พบเห็นในสิ่งที่คุณคิด เป็นต้น หรือในอีกส่วน เมื่อเกลียดสิ่งใด คุณ จะพาตัวเองออกมาหรือพ้นไปในทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข แรงส่ง ผลักดัน กดดันเหล่านี้เอง ที่มีพลังน่าจะ น่ามาใช้ “ม้าป่ามันย่อมพยศ ถ้าเราขี่มันก็พาเราไปไหนไม่รู้ แต่ถ้าฝึกมันได้เราก็จะเป็นผู้นํามันให้พาไปตามเส้นทางที่ เราต้องการ” มันอาจฟังดูแปลกๆ และไม่ใช่เรื่องที่ทําได้ทันทีสําหรับคนที่ไม่คุ้นเคย เพราะความเกลียดจะไม่ข้อเกี่ยวกับ อารมณ์ได้ไง และนั่นน่าจะเรียกว่า แค่ความไม่พอใจหรือเปล่า? จริงอยู่ว่า อารมณ์มีแรงผลัก แต่เราก็ต้องแยก ให้ออกระหว่าง โกรธ กับ เกลียด ที่ในกรณีนี้ โกรธไม่เกี่ยวข้อง โกรธเป็นอารมณ์เมื่อถูกกระทําบางอย่าง ทันที แต่เกลียด ไม่จําเป็นต้องทันที และ โกรธเกิดซ้ําไม่ได้อารมณ์หายก็หาย แต่เกลียดเกิดได้ซ้ําๆ ได้ไม่ เกี่ยวกับอารมณ์ แต่ในลักษณะหนึ่งมันมีแรงผลักมากพอมันก็ต้องการการฝึกควบคุมบางอย่าง ถ้าให้ ยกตัวอย่างก็ลองนึกถึงว่า ก่อนเราจะนําม้ามาใช้งานได้ เดิมที่ม้าเป็นสัตว์ป่า เรียกว่าเป็นตัวแทนความเถื่อน (ไร้ความยั้งคิด) ม้าป่ามันย่อมพยศ ถ้าเราขี่มันก็พาเราไปไหนไม่รู้ แต่ถ้าฝึกมันได้เราก็จะเป็นผู้นํามันให้พา ไปตามเส้นทางที่เราต้องการ

หากเข้าใจและลองแยกความเกลียดออกมาได้แล้ว ก็ต้องลองสลับจากสิ่งที่รู้สึก ไปกับอีกสิ่ง เช่น เกลียดใครคนหนึ่งที่มองเราแบบนั้น สลับไปที่ เกลียดตัวเองนี่แหละที่ชอบแต่งตัวแบบนี้ ทําตัวแบบนั้นให้ เขามอง หรือแม้กระทั่งวางตัวไม่ดีเอง เมื่อสลับมาเกลียดในสิ่งที่เราจัดการได้ เราก็กําจัดมันเสียด้วยแรงผลัก โดยหากเข้าใจเทคนิคของโปรแกรมสมองเสียหน่อย จะพบว่ามันแก้ปัญหาอีกเรื่องไปได้ในทันที ดังกรณีที่ ยกตัวอย่าง เชื่อหรือไม่ว่าหากเราแค่เปลี่ยนสไตล์การแต่งตัวคนที่เคยมองเราแบบหนึ่งจะเริ่มมองต่างไป ไม่ใช่แค่เขารู้สึกแปลกๆ มันสะกดลงไปในจิตใต้สํานึกได้ที่เดียว ลองๆ นึกถึงคนอื่นที่เราเคยเห็นดูก็ได้ จู่ๆ เขาแต่งตัว หรือเปลี่ยนภายนอกตัวเองไปอีกแบบถาวร เรารู้สึกกับเขาเปลี่ยนไปไหม?

ทั้งหมดนี่อาจสรุปเทคนิคส่วนนี้ง่ายได้ว่า “เปลี่ยนความเกลียด เป็นการทําอะไรสักอย่างกับตัวเอง” ถ้ามันถูกผลักดันได้ มันจะมีผลลัพธ์เหมือนที่ยกตัวอย่างไปในตอนแรก เขาเกลียดความจน มันจึงทําให้เขารวย